ยอดมะม่วงหิมพานต์-ใบมันปู "ต้านมะเร็งชลอแก่"


ผมรับราชการอยู่ภาคใต้หลายปืได้กินพืชผักพื้นบ้านภาคใต้เป็นเครื่องเคียงแทบทุกวันไม่ว่าจะกินข้าวแกงหรือขนมจีน คนใต้ไม่มีหวงผัก มีปัญญากินได้เท่าไหร่กินไป หนึ่งในนั้นมียอดมะม่วงหิมพานต์และใบมันปูหรือใบเลียงน้ำรวมอยู่ด้วย



มีการวิจัยบอกว่ายอดมะม่วงหิมพานต์และใบมันปูมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารชลอความแก่มากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่จากต่างประเทศหลายเท่า หากกินเป็นประจำจะสามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ จากการวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดลเรื่องสารอาหารและคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระของผักพื้นบ้านบางชนิดของภาคใต้ไทย ซึ่งหาง่ายราคาถูกปลูกและขึ้นเองตามธรรมชาติ


จากการศึกษาผักพื้นบ้านภาคใต้ ๒๓ ชนิดพบว่ายอดมะม่วงหิมพานต์มีการต้านอนุมูลอิสระหรือสารชลอแก่เป็นจำนวนมาก สารนี้สามารถยับยั้งการทำลายเซลล์ของร่างกายทำให้ดูอ่อนกว่าวัยสุขภาพดีแข็งแรงรองลงมาคือยอดใบมันปูโดยมีสารประกอบชลอแก่โพลิฟรีนอลสูงกว่าผักธรรมดา เช่น ผักคะน้า บร็อคโคลี่ ผักขมถึง ๔๓ เท่าและมากกว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (Berry) ที่ยอมรับกันว่าเป็นผลไม้ที่มีสารชะลอความชราถึง ๖ เท่า

นอกจากนี้ยังมีวิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน Beta-Carrotene (สารตั้งต้นของวิตามินเอ)และลูทีน Lutin  (บำรุงสายตา) ในปริมาณที่สูงกว่าตระกูลเบอร์รี่อีกด้วย มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าผักหรือผลไม้ที่มีการต้านอนุมูลอิสระสูงมีฤทธิ์ต้านภาวะอักเสบช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด โรคหัวใจ และต้อกกระจกได้ด้วย จึงได้ทดลองนำเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่มาทดสอบในระดับหลอดทดลองพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระผักทั้ง ๒ ชนิดคือยอดมะม่วงหิมพานต์และยอดใบมันปูมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้

รศ.ดร.รัชนี  คงคาฉุยฉาย จากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พูดถึงเรื่องนี้ว่า
“ เซลล์มะเร็งจะไม่มีวันตาย จะขยายไปเรื่อยๆ เวลาเราให้สารสกัดจากยอดมะม่วงหิมพานต์และยอดมันปู ลงในเซลล์มะเร็ง ปรากฏว่าเซลล์มะเร็งจะลดน้อยลงจำนวนของเซลล์มะเร็งลดลงมากตามความเข้มข้นของสารที่เราให้ ที่ลดลงก็เกิดจากสารจากผักทั้ง ๒ ชนิดนี้ไปยับยั้งการสังเคราะห์ DNA ในเซลล์เมื่อสังเคราะห์ DNA ไม่ได้เซลล์มะเร็งก็ตาย”

ใครที่ยังไม่เคยกินยอดมะม่วงหิมะพานต์และยอดใบมันปูถ้าเดินทางมาแถบภาคใต้จะไม่ผิดหวังสั่งขนมจีนหรือข้าวแกง ท่านจะได้ผักเครื่องเคียงที่มีใบมันปูและยอดมะม่วงหิมพานต์ตามมาด้วยอย่างแน่นอนฮ่าๆๆหรือสนใจจะนำต้นกล้าผัก ๒ ชนิดนี้ไปปลูกก็มีจำหน่ายที่เพิงผลไม้แถวสองข้างทางตั้งแต่อำเภอหลังสวน อำเภอสวี จังหวัดชุมพร มีทั้งจำหน่ายใบสดและต้นกล้าครับ
                     
"มะม่วงหิมพานต์" มีชื่อพื้นบ้านว่า ยาหยี กาหยู ยะร่อง มะม่วงกุลา หัวครก เล็ดท้ายล่อ กาหยี เมล็ดท้ายล่อ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แคชชูนัท (Cashew nut) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า อะนาคาร์เดียม ออกซิเดลทาล Aanacardium occidentale L. จัดอยู่ในวงศ์ อะนาคาร์เดียซีอี้ (Anacardiaceae)



ส่วนผักมันปู มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า : Glochidion Perakense Hook.f  อยู่ในวงศ์ : EUPHORBIACEAE แต่ละท้องถิ่นจะเรียกไม่เหมือนกัน เช่น ชุมเล็ด  พุงหมู  ยอดทิ หรือนกนอนทะเล  รสชาติของใบมันปูจะมีรสหวานปะแล่ม ๆ เคี้ยวกรอบนุ่มลิ้น และมันเป็นพืชยืนต้น ซึ่งสะดวกดีกว่าการปลูกพืชผักล้มลุก    ผักยืนต้นพอเติบโตได้ที่แล้วไม่ต้องดูแลอะไรมาก   เก็บกินยอดกินใบไปเรื่อยๆฮ่าๆๆ

ขอขอบคุณที่มา : http://www.jamrat.net/jamrathealth.aspx?blogid=1287

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
ชื่นชอบข่าวนี้ อยากแชร์ต่อให้เพื่อนๆ


Previous
Next Post »