10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงปี59 ‘กาแฟสด-หมูกระทะ’ หมดยุค

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คาด 10 ธุรกิจดาวรุ่ง-ดาวร่วงปี 2559 โดยอาหารเพื่อสุขภาพ , บูติคโฮเทล และสายการบินต้นทุนต่ำ คือ ธุรกิจดาวรุ่ง แต่รถทัวร์-รถไฟ , ร้านกาแฟสด และร้านบุฟเฟ่ต์ อย่างหมูกะทะ คือธุรกิจดาวร่วง และธุรกิจ SMEs ยังไม่พร้อมเข้าสู่ AEC 

ภาพประกอบจาก  Flickr
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 580 รายทั่วประเทศ โดยธุรกิจดาวรุ่ง 10 อันดับแรก ในปี 2559 ประกอบด้วย1. อาหารเพื่อสุขภาพ 2. บูติกโฮเต็ล , โฮมสเตย์ , โรงแรมราคาประหยัด 3. สายการบินต้นทุนต่ำ 4. ร้านขายอุปกรณ์กีฬาออนไลน์ 5. การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ 6. การสอนภาษาอังกฤษ 7. จักรยานและอุปกรณ์ 8. การดูแลสุขภาพ 9. แอปพลิเคชันบนมือถือ และ 10. การขนส่งระยะสั้น / BTS / MRT



เนื่องจากเป็นธุรกิจตอบไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการความสะดวกสบาย และดีต่อสุขภาพ รวมถึงต้องการความคุ้มค่าในสินค้าหรือบริการ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น การทำตลาดผ่านออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ เนื่องจากเปิดใช้ 4G จะช่วยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตง่ายยิ่งขึ้น แต่การแข่งขันในโลกออนไลน์สูงขึ้นเช่นกัน ผู้ประกอบการควรทำตลาดควบคู่กันทั้งออนไลน์ และลงพื้นที่จริง เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าให้เกิดความใกล้ชิด

ส่วนธุรกิจที่เป็นดาวร่วง 10 อันดับ ได้แก่ 1. รถทัวร์/รถไฟ 2. ร้านกาแฟสด 3. ร้านบุฟเฟต์ราคาถูก (เช่น หมูกระทะ) 4. ร้านอินเทอร์เน็ต 5. เสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูก 6. ร้านโชวห่วย 7. อาหารทะเลแปรรูป 8. สายการบินทั่วไป 9. ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ และ 10. ร้านขายโทรศัพท์มือถือมือสอง

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ไม่ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้แล้ว รวมถึงเป็นธุรกิจที่ตลาดใกล้เต็ม เช่นร้านกาแฟที่เปิดจำนวนมาก และ เป็นธุรกิจที่จับลูกค้าระดับกลางทั่วไปไร้ความโดดเด่น เพราะการทำตลาดเพื่อผู้บริโภคปัจจุบันควรมุ่งสู่ตลาดบนไฮเอนด์ หรือจับตลาดล่างราคาถูก ซึ่งได้รับความนิยมมากกว่า

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้ช่วยรองอธิการบดีสายงานวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า ผู้ประกอบการ คาดว่า แนวโน้มผลประกอบการในปี 2559 34.6% ระบุว่าดีขึ้น , 52.5% ใกล้เคียงกับปี 2558 และอีก 12.9% แย่ลง โดย 1 ใน 3 ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเริ่มปรับตัวรับสภาพเศรษฐกิจได้แล้ว และเชื่อว่าปีหน้าผลประกอบการของตัวเองจะดีขึ้น หรืออย่างน้อยสามารถประคองตัวให้ใกล้เคียงกับปีนี้ได้

ส่วนการคาดการณ์อัตราเติบโต GDP ประเทศในปี 2559 เติบโต 3.14% ส่วน GDP SME ปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ 2.84% โดยการเติบโตของ GDP SME ยังต่ำกว่า GDP ประเทศ เหตุผลเพราะการฟื้นตัวของผู้ประกอบการระดับกลางและเล็กมักจะช้ากว่ารายใหญ่ ทำให้จะเห็นการฟื้นตัวจริงๆ ของเอสเอ็มอีในช่วงไตรมาส 3 ปี 2559 หรือไปถึงไตรมาส 1 ปี 2560 และปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับเอสเอ็มอีในปี 2559 คือ การขาดแรงงานฝีมือรุนแรงกว่าประเทศเพื่อนบ้านถึง 3 เท่า นักศึกษาจบใหม่ที่ออกมาจากภาคการศึกษาไม่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน เห็นได้จากภาษาอังกฤษที่ประเทศไทยด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านมากไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย หรือฟิลิปปินส์

ส่วนความพร้อมของเอสเอ็มอีไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2559 พบว่ามีผู้ประกอบการเพียง 11.4% เท่านั้น ที่ระบุว่าพร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ผู้ที่ยังไม่พร้อมคิดเป็น 75.2% และอีก 13.4% ไม่สนใจจะเตรียมความพร้อม โดยคาดว่า ต้องใช้เวลาในการปรับตัว 2 ถึง 3 ปี เนื่องจาก การขาดความรู้เกี่ยวกับโอกาสทางการตลาดของอาเซียน

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดว่า ธุรกิจดาวรุ่งในปี 2559 คือ ภาคการท่องเที่ยว ที่คาดว่านักท่องเที่ยวจะเดินทางเพิ่มมากขึ้นกว่าปี 2558 มีสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ในหัวเมืองรองเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจสินค้าของฝาก , ของที่ระลึกขยายตัวตาม , ภาคก่อสร้าง จากการขยายตัวตามเมกะโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลที่จะลงสู่ภูมิภาคมากขึ้น , ธุรกิจไอที ที่เกี่ยวข้องกับ 4G จะเติบโตแบบก้าวกระโดดในพื้นที่ต่างจังหวัด ที่เปลี่ยนไปเป็นสังคมเมืองมากขึ้น และ ธุรกิจความงามและสุขภาพสปาในต่างจังหวัดยังขยายตัวได้ดีเช่นกันเพราะเทรนด์ธุรกิจความงามจะยังคงร้อนแรงต่อเนื่องจากนี้ไปอีก 5 ปี



ส่วนธุรกิจที่เป็นดาวร่วง คือ การเกษตร ธุรกิจแปรรูปสินค้าการเกษตร จากราคาตกต่ำ และปัญหาภัยแล้ง , ธุรกิจอัญมณี อิเล็กทรอนิกส์ ที่ซบเซาจะค่อย ๆ ฟื้นตัว และ การก่อการร้ายเป็นสิ่งที่เป็นห่วง รวมทั้งนักธุรกิจยังคงรอดูท่าทีเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยธุรกิจโลจิสติกส์จะเป็นดาวรุ่ง

เนื้อหาโดย voice tv

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
ชื่นชอบข่าวนี้ อยากแชร์ต่อให้เพื่อนๆ






Previous
Next Post »