พ่อครับ...ผมขอยืมเงินสองร้อยครับ...

สามทุ่มแล้ว ชายคนหนึ่งเงยหน้าอันอิดโรยขึ้นจากกองงานเอกสารที่หอบกลับมาทำที่บ้าน ตามเสียงเรียกของลูกชายตัวน้อยคนเดียว วัย 6 ขวบ ของเขาผู้กำพร้าแม่ เด็กน้อยซึ่งมายืนมองพ่อทำงานอยู่นานเท่าไรแล้วไม่รู้เอ่ยถามขึ้น
"พ่อครับ วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมครับ"
"เหนื่อยสิลูก.....แล้วลูกยังไม่นอนอีกเหรือ"
"ผมนอนไม่หลับครับ ผมมีอะไรจะถามพ่อ"
"อืมมมม..มีอะไรเหรอลูก" ผู้เป็นพ่อถามด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า
"คือ..ผมอยากรู้ว่า พ่อทำงานได้ค่าจ้างวันละเท่าไรครับ" ลูกชายถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
เขาหันมามองหน้าลูกชาย พร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็ตอบไปว่า
"วันละสี่ร้อย" ลูกชายนิ่งไปสักพัก เหมือนจะรวบรวมความกล้า
"งั้น...ผมขอยืมตังค์พ่อสักสองร้อยได้ไหมครับ" เด็กน้อยเอ่ยปากด้วยสายตาวิงวอน
"หา !!!! ลูกตัวแค่นี้ ริอ่านมาขอยืมเงินพ่อตั้งสองร้อยบาท รู้ไหมว่าเงินทองมันหายากแค่ไหน" พ่อตะคอกด้วยความเผลอสติ



เด็กชายยืนนิ่งมองหน้าพ่อ ไม่มีเสียงหลุดออกจากปาก มีแต่น้ำตาไหลรินลงอาบแก้มก่อนหันหลังเดินกลับห้องตัวเองอย่างเศร้าสร้อย
หลังจากลูกกลับห้องไป ผู้เป็นพ่อก็นั่งสงบสติและทบทวนเหตุการณ์อยู่ครู่ใหญ่ เมื่อคิดได้เขาจึงรีบลุกไปที่ห้องลูกชาย หนูน้อยยังคงนอนสะอื้นเบาๆ อยู่คนเดียว เขาเดินไปนั่งที่ขอบเตียง ลูบผมลูกชายอย่างเบามือ พร้อมกับเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


"พ่อขอโทษนะลูก เมื่อกี้พ่อเหนื่อยมากเลยใช้อารมณ์กับลูกมากไปหน่อย ลูกสำคัญสำหรับพ่อเหนือสิ่งอื่นใด และพ่อรักลูกนะ...."
หนูน้อยจากที่สะอื้น เป็นร้องไห้โฮ..ซุกศรีษะลงบนตักพ่อ
"ว่าแต่ ไหนลูกลองบอกพ่อซิว่า อยากยืมเงินสองร้อยไปทำอะไร" พ่อถามด้วยน้ำเสียงเปี่ยมรัก ลูกชายหยุดร้องไห้ เงยหน้าขึ้นมองและตอบพ่อด้วยเสียงที่ปนสะอื้น
"พ่อครับ ตั้งแต่แม่ตาย ผมเห็นพ่อต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินทุกวันจนไม่ได้พัก ไม่ได้อยู่กับผมเลย เราแทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน ผมเลยค่อยๆ เก็บค่าขนมของผมไว้เรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ผมเก็บได้สองร้อยบาทแล้ว พอรู้ว่าพ่อทำงานได้ค่าจ้างวันละสี่ร้อย ผมเลยอยากขอยืมเงินพ่อเพิ่มอีกสองร้อย ให้เป็นสี่ร้อย จะได้ใช้เป็นค่าจ้างให้พ่อได้พักอยู่กับผมสักวันหนึ่งครับ"
วันนี้คุณวางงาน และคืนเวลาให้คนที่คุณรักที่สุดแล้วหรือยัง

เงินทอง อาจจะจำ เป็น ต่อการดำรงชีวิต
แต่ ‘ครอบครัว’ ยังคงต้องการ ความรัก ความอบอุ่น และ เวลาที่มีให้ แก่กัน คุณให้เวลากับคนที่คุณรักบ้างหรือยัง



" อย่าห่วงงานจนลืม ครอบครัว และ คนที่คุณรัก ''
เรื่องนี้ ได้จากหนังสือ "โฮม" ของมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว และท้ายเรื่องขอฝากว่า
ความเสียใจของเด็กอาจดูเล็กน้อย ไร้สาระ ในสายตาผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมานาน แต่ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยลืม "ความเป็นเด็ก" จะรู้ดีว่าทุกเรื่องราวในวัยเด็ก เป็นเรื่องใหญ่และสำคัญเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก: FB นพดล อุ่นตา

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
ชื่นชอบข่าวนี้ อยากแชร์ต่อให้เพื่อนๆ




Previous
Next Post »