เพิ่มความประหยัด! มาปลูกหอมไร้ดินในถาดไข่ ไว้กินเองกันเถอะ

ในยุคที่อะไรก็ฝืดเคือง เศษรฐกิจก็ย่ำแย่แบบนี้ หลายคนนั้นหันมาประหยัดค่าใช้จ่ายกันมากขึ้น ก็ด้วยสภาพปัจจุบันนั้นอะไรๆ ก็แพงเหลือเกินครับ อยู่ยากกันเลยทีเดียว เงินเดือนนี่แทบจะไม่พอกิน แน่นอนว่าการประหยัดนั้นเราต้องทำทุกๆ ทาง อะไรที่หาเองได้ ทำขึ้นมาเองได้ก็ช่วยให้เราประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากเลยทีเดียว


และที่จะมาพูดถึงในวันนี้ก็คือพืชผักสวนครัวที่ต้องทานกันเป็นประจำอย่าง หอม หรือ ว่าต้นหอม ถ้าหากคุณไปที่ตลาดเวลาซื้อต้นหอมมาทำกับข้าวจะรู้เลยว่ากำละ 5 – 10 บาทนั้นได้มานิดเดียว ทำกับขhาวได้แค่มื้อเดียวเผลอๆ ไม่พอด้วยซ้ำ คิดดูว่าหากเราไปซื้อบ่อยๆ บางทีมันก็ดูไม่คุ้มเลย ดังนั้นจะดีมากๆ หากเราสามารถปลูก


แต่!! หลายคนบอกว่าใช้ชีวิตในเมือง ไม่มีพื้นที่ ไม่มuดินที่จะทำแปลงปลูกหรอก ปัญหาเsล่านี้จะหมดไปด้วยไอเดียการปลูกหอมแบบไร้ดินที่เรานำมาฝากันในวันนี้ครับ กับการปลูกหอมไร้ดินในถาดไข่  ด้วยวิธีการง่ายๆ และวัสดุที่หาได้ไม่ยากเลย

สิ่งที่ต้องเตรียมก็มีแค่ ถาดใส่ไข่ ซึ่งเป็นถาดแบบกระดาษแต่ละชุดนั้นให้ซ้อนกันจำนวน 5 ใบน่ะครับ นี่คือแปลงผักของเรา และอีกอย่างก็คือ หัวหอม ( จำนวน 30 หัวต่อหนึ่งแปลงถาดใส่ไข่)
ส่วนวิธีการปลูกนั้นก็ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ

  1. นำเอาถาดใส่ไข่แบบกระดาษที่เตรียมไว้ มาซ้อนกัน 5 ใบ และรดน้ำให้ชุ่มจนทั่ว 
  2. คัดเลือกเอาหัวหอมคุณภาพดี ไม่เน่าไม่มีเชื้อรา เพื่อมาปล๔กในถาดที่เตรียมไว้
  3. นำหัวหอมที่คัดแล้ววางใส่ลงไปในหลุมให้ครบทุกหลุม 
  4. รดน้ำทุกวันเช้า-เย็น รอการเติบโตของต้นหอม


ส่วนเคล็ดลับในการปลูกหอมในถาดไข่นั้น อย่าให้ถาดไข่แห้งเป็นอันขาด ต้องให้มีความชุ่มชื่นอยู่ตลอด ถ้าเป็นไปได้ให้ซ้อนถาดกระดาษหลายๆ ชั้น จะช่วยรักษาความชุ่มชื่นได้ดี ยิ่งหนายิ่งชื้นครับ และต้นหอมนั้นต้องการแสงแดดตลอดทั้งวันเพื่อการเจริญเติบโตดังนั้นควรวางแปลงผักถาดไข่ของเราในที่แสงเข้าถึงด้วย

เรียกว่าง่ายๆ สุด เพียงวางหัวหอมในถาดกระดาษแล้วรดน้ำทุกวันแค่นี้เราก็จะมีต้นหอมไว้ทานเองตลอด ไม่ต้องไปซื้อให้เปลืองสตางค์กันแล้ว ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกหลายบาทเลยทีเดียวน่ะครับ แถมยังได้ผักที่ปลอดภัยไร้สารเคมีกันอีกด้วย เยี่ยมจริงๆ

ไปทดลองปลูกกันได้เลย ชีวิตเดี๋ยวนี้มันต้องพึ่งตัวเอง เยอะๆ  ขอให้ทุกท่านมีแต่ความสุขความเจริญครับ

ขอบคุณภาพจาก :  Sukan Star TV



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »