สูตรขนมโตเกียว..ทำกินเองง่ายเว่อร์ๆ!


ต่อไปนี้ถ้าอยากกินโตเกียวไม่ต้องไปแย่งต่อคิวกับเด็ก ๆ ที่หน้าโรงเรียน แค่หยิบกระทะเทฟลอนแล้วเตรียมส่วนผสมให้พร้อม ก็จะได้กินขนมโตเกียวเพลิน ๆ ที่บ้านแล้ว

สมัยเด็ก ๆ หลายคนที่ได้ยินชื่อของขนมโตเกียวก็คงคิดแบบมึน ๆ ไปว่าขนมโตเกียวคงมีจุดกำเนิดมาจากเมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นแน่ ๆ แต่แท้จริงแล้วขนมโตเกียวมีให้กินเฉพาะในเมืองไทยเท่านั้นนะคะ ไปญี่ปุ่นเขาไม่มีขายหรอก

แต่รถเข็นขายขนมโตเกียวทำเหมือนกับมีลิขสิทธิ์ผูกขาดที่ต้องขายเฉพาะหน้าโรงเรียนเท่านั้น ครั้นจะหาซื้อมากินแต่ละทีไม่ใช่ง่าย ๆ บ้านใครอยู่ใกล้โรงเรียนก็ดีหน่อย แต่ต่อไปนี้ใครที่อยู่ไกลโรงเรียนไกลตลาดนัดก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะกระปุกดอทคอมมีสูตรและวิธีทำขนมโตเกียวมาฝากเสียเลย ไม่ต้องมัวไปต่อคิวกับเด็ก ๆ ที่ช่างเจ๊าะแจ๊ะจอแจหน้าโรงเรียนให้วุ่นวาย แถมยังทำง่าย ๆ อีกด้วย


สิ่งที่ต้องเตรียม


ส่วนผสม แป้งโตเกียว 

  • แป้งสาลีอเนกประสงค์
  • เบกกิ้งโซดา 
  • ผงฟู 
  • น้ำตาลทราย 
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  • น้ำเปล่า (หรือน้ำปูนใส)
  • น้ำผึ้ง

ส่วนผสม ไส้กรอกและไส้หมูสับ 

  • เนื้อหมูสับ
  • รากผักชี 
  • กระเทียม 
  • ซอสหอยนางรม
  • ไส้กรอก (ตามชอบ)

วิธีทำแป้งโตเกียว


ผสมแป้งสาลีอเนกประสงค์กับเบกกิ้งโซดา ผงฟู และน้ำตาลทรายคนให้เข้ากันเล็กน้อย
 

เติมน้ำผึ้ง น้ำเปล่า และตอกไข่ไก่ใส่ลงไป
 

คนให้เข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียว (แบ่งส่วนผสมแป้งใส่ขวดเล็กน้อยเตรียมไว้สำหรับบีบเป็นเส้น ๆ ด้วย) พักส่วนผสมแป้งไว้สักครู่


เตรียมเครื่องสำหรับผัดไส้หมู โขลกรากผักชีกับกระเทียมเข้าด้วยกัน พักไว้ก่อน


ผัดไส้กรอก นำไส้กรอกลงไปผัดในกระทะให้พอร้อนแล้วตักขึ้นพักไว้
 

ผัดส่วนผสมไส้หมูสับ นำเครื่องที่โขลกไว้ลงไปผัดในกระทะ ตามด้วยหมูสับ ผัดจนหมูสุกและหอม ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ผัดให้เครื่องปรุงกับหมูสับเข้ากันอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้


ทอดขนมโตเกียว โดยนำกระทะเทฟลอนขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ตักส่วนผสมแป้งหยอดลงในกระทะ


ละเลงแป้งให้เป็นแผ่นวงรี


บีบแป้งเป็นเส้น ๆ ลงไปด้านบนให้สวยงามตามชอบ


ใส่ไส้โตเกียว พอแป้งเริ่มสุกและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองแล้ว วางไส้กรอกและหมูสับที่ผัดไว้ลงไปบนแป้ง


แล้วม้วนแป้งให้สวยงาม พร้อมรับประทาน


ง่าย ๆ แค่นี้ก็ได้ขนมโตเกียวฝีมือตัวเองไว้กินเล่นที่บ้านแล้ว ไม่ต้องไปผจญภัยกับฝูงเด็กมากมายตามหน้าโรงเรียนให้หงุดหงิดใจอีกด้วย


......................................
Cr. cooking.kapook



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »