พิธีหมั้นแบบเรียบง่าย ประหยัดค่าใช้จ่ายสบายกกระเป๋า!!

งานหมั้นตามธรรมเนียมประเพณีไทยนั้น คือ การมอบของหมั้นเพื่อเป็นการจับจองและเป็นประกันสัญญาว่าจะแต่งงาน ซึ่งจุดประสงค์หลักของขั้นตอนการหมั้นก็เพื่อเปิดโอกาสให้คู่บ่าวสาวได้ศึกษาอุปนิสัยใจคอซึ่งกันและกัน รู้จักปรับตัวเข้าหากัน เพื่อจะส่งผลดีต่อชีวิตคู่ในอนาคต โดยขันหมากหมั้นจะแตกต่างจากขันหมากงานแต่งงานตรงที่ขันหมากหมั้นจะป้ายปูนแดง เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าหมั้น โดยสมัยปัจจุบันนิยมจัดวันเดียวหรือครึ่งเช้าของวันเท่านั้น เพื่อความสะดวกของแขกที่เข้ามาร่วมงาน อาจจะมีแค่แลกแหวนหมั้นกันแล้วอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ปิดท้ายงาน


สำหรับการจัดพิธีหมั้นเริ่มต้นพิธี โดยไม่ต้องมีการแห่ขบวนขันหมาก แต่จะมีเชี่ยนหมาก พลู สำหรับไหว้ญาติผู้ใหญ่ ซึ่งฝ่ายชายจะต้องจัดเตรียมขันหมากหมั้น เพื่อทำการหมั้นหมายฝ่ายหญิง โดยให้เฒ่าแก่ฝ่ายชายเป็นผู้นำไปมอบให้กับเฒ่าแก่ของฝ่ายหญิง ซึ่งตัวเฒ่าแก่ฝ่ายชายส่วนใหญ่จะเป็นคนเดียวกับผู้ที่เจรจาสู่ขอซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาที่ไม่เคยหย่าร้าง ซึ่งถือเป็นเคล็ดเพื่อใช้ชีวิตคู่จะได้มีความสุขอยู่กันจนแก่เฒ่า เหมือนกับเฒ่าแก่ที่มาทำพิธีให้นั่นเอง ในบางท้องถิ่นอาจให้ผู้ชายหรือผู้หญิงเป็นผู้ทำหน้าที่เฒ่าแก่ขันหมากหมั้นเพียงคนเดียวก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่แต่งงานแล้ว อยู่กินกันมาเป็นระยะเวลานาน ไม่หย่าร้าง ชีวิตคู่มีความสุข เป็นที่เคารพนับถือ



ส่วนการจัดขันหมากหมั้น นอกไปจากจำนวนเงินทองค่าสินสอดต่าง ๆ ตามที่ได้ตกลงกับทางครอบครัวฝ่ายหญิงไว้ ยังมีสิ่งที่จำเป็นต้องเตรียมและจัดอยู่ในพานขันหมาก ได้แก่ พานใส่ของหมั้นที่เรียกว่า ขันเงิน และ ขันทอง ซึ่งข้างในนอกจากจะมีทรัพย์สินและของมีค่าที่เป็นของหมั้น นอกจากนี้ ยังมีหมากดิบ 8 ลูก พลู 8 เรียง ถั่วเขียว 1 ถุง, ข้าวเปลือก 1 ถุง, งาดำ 1 ถุง, ข้าวตอก 1 ถุง, ใบเงิน, ใบทอง และใบนาก โดยขันหมากหมั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีขนม ต้นกล้วย ต้นอ้อย ไม่มีการกั้นประตู ไม่มีการเทขันหมากและไม่ต้องนับเงิน จากนั้นจะมีการแลกแหวนหมั้นและมอบสินสอดหมั้นให้ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงเป็นอันเสร็จพิธีหมั้น ซึ่งหลังจากนี้อาจจะมีเลี้ยงหาอาหารสำหรับแขกและญาติที่เข้ามาร่วมงานเพื่อเป็นการขอบคุณ
ถือเป็นขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากเลย สำหรับขั้นตอนพิธีหมั้นแบบเรียบง่ายที่เรานำมาฝากกันวันนี้ โดยคู่หนุ่มสาวที่กำลังวางแผนจัดพิธีหมั้นกันอยู่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กันได้อีกด้วย


...............................................
ขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล จาก : http://www.share-si.com/2016/02/blog-post_85.html#



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »