แจกฟรี!!ขนมครกสูตรโบราณ..ทำกินเองง่ายๆ..ทำขายรวย!!


ขนมครกเป็นขนมที่อยู่คู่กับไทยเรามาช้านาน เป็นขนมที่อร่อย รสชาติหวานมัน กลมกล่อม มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี  สามารถหาซื้อได้ง่าย ตามท้องตลาดทั่วไปไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำ  ตลาดสด สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง ตามปั๊มน้ำมัน และที่สำคัญมีราคาไม่แพง เริ่มต้นที่ 20 บาท ทำให้คนที่ชื่นชอบขนมครกบางคนเป็นต้องเหมายกเตามาเลยค่ะก็มีค่ะ  และวันนี้ไข่เจียว จึงมีสูตรการทำขนมครกมาฝากทุกคน ซึ่งเป็นขนมครกสูตรโบราณค่ะ ไข่เจียวขอบอกเลยว่า ทำง่ายมากมาก รสชาติอร่อยไม่แพ้ร้านประจำของคุณแน่นอนค่ะ ว่าแต่จะอร่อยจริงอย่างที่บอกไหม เราไปดูพิสูจน์กันค่ะ

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม(ทำตัวขนมครก)
     1.ใช้แป้งสำเร็จเป็นแป้งข้าวเจ้าอย่างดี 1 กิโลกรัม
     2.หัวกะทิ 4 ถ้วยตวง
     3.น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
     4.เกลือป่น 1 ½ ช้อนชา
     5.น้ำตาล 2ช้อนโต๊ะ
     6.น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง
     7.ต้นหอมซอย 1 ถ้วยตวง






วิธีผสมแป้ง (ตัวขนมครก)
      เทแป้งข้าวเจ้าผสมกับน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ ใส่น้ำปูนใสคนแป้งให้ละลายไม่จับตัวเป็นเม็ดเติมน้ำกะทิ น้ำตาล และเกลือ จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้ไปปั่นด้วยเครื่องปั่นไฟฟ้า เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน


ส่วนผสม(หน้าขนมครก)
    1.หัวกะทิ 5 ถ้วยตวง
    2.หางกะทิ 3 ถ้วยตวง
    3.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
    4.น้ำตาลทราย 2 ถ้วย

วิธีทำหน้าขนมครก
    นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ภาชนะนำขึ้นตั้งไฟ เคี่ยวไฟอ่อนๆจนน้ำกะทิสุกและข้นน้ำ2


ขั้นตอนการหยอดขนมครก



1.นำถาดขนมครกขึ้นตั้งเตาไฟใช้ไฟอ่อนๆ พอเริ่มร้อนทาน้ำมันให้ทั่วหลุมขนมครก





2.รอจนร้อน จะสังเกตจะมีควันขึ้น แล้วจึงตักส่วนผสมที่เตรียมไว้ใส่ลงในหลุมขนมให้เต็ม




3.เมื่อแป้งเริ่มสุกให้ตักส่วนผสมหน้าขนมและต้นหอมซอยที่เตรียมไว้ลงไปในถาด จากนั้นปิดฝาไว้ประมาณ 3-5 นาที



4.ใช้ช้อนทาน้ำมันแคะขนมครกใส่จานทานเป็นของว่าง หรือทานคู่กับกาแฟก็ได้ค่ะ




เสร็จแล้วค่ะ ขนมครกโบราณ หน้าตาน่าทานไหมค่ะ  กลิ่นหอมกรุ่นออกไปถึงทุกคนที่อยู่ทางบ้านเลยใช่ไหมคะ  ถ้าคนไหนสนใจและที่บ้านมีเตาขนมครกเก่าอยู่แล้ว  อยากลองทำขนมครกไว้ทานที่บ้านก็ลองนำสูตรที่ไข่เจียวนำมาฝากไปทำดูนะคะ หรือถ้าใครคนไหนที่ค้าขาย นึกไม่ออกว่าจะขายอะไรดีก็ลองทำขนมครกโบราณจะทำขายเป็นเสริมได้นะคะ

..............................................
เรียบเรียงเนื้อหาโดย : Kaijeaw.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »