เหตุผลดีดี ที่คุณควรกินกล้วยในตอนเช้า ขอย้ำในตอนเช้าเท่านั้น!

เหตุผลดีดี ที่คุณควรกินกล้วยในตอนเช้า ขอย้ำในตอนเช้าเท่านั้น


• กล้วย เพิ่มเม็มโมรี่ บำรุงสมอง
1. ในอังกฤษมีเด็กนักเรียน 200 คน อยากจะเพิ่มพลังให้แก่สมองเพื่อช่วยการสอบ ในระหว่างภาคเรียน พวกเขาได้กินกล้วยที่เหมาะสมทุกวันในอาหารเช้า อาหารกลางวันและอาหารเย็น
2. จากการวิจัยแสดงให้เห็นว่ากล้วยมีโพแทสเซียมอย่างสูง จะสามารถช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมองของนักเรียนและเพิ่มความตั้งใจในการเรียน มีประโยชน์มากต่อการเรียนหนังสือ

• แก้อารมณ์ไม่ดีในตอนเช้า
1. ตื่นนอนมาแล้วไม่สดชื่น รำคาญคนปลุก มีหลายๆ อย่างไม่ได้ดั่งใจ
2. เพียงแค่กินกล้วยเพราะถ้ากินหลังอาหารเช้าก่อนอาหารกลางวัน กล้วยจะสามารถช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ให้อารมณ์คงที่ ไม่หงุดหงิดง่าย



• อารมณ์เครียดกวนใจ
1. กล้วยมีวิตามินบีสูง ช่วยบรรเทาอาการเครียด คิดมาก ฟุ้งซ่านได้
2. กินแล้วจะทำให้ผ่อนคลาย กล้วยมีโพแทสเซียมอย่างสูง จะสามารถช่วยปรับอัตราการเต้นของหัวใจและช่วยส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง
3. เมื่อเราอยู่ภายใต้ความกดดันการเผาผลาญอาหารก็จะเร็วขึ้น ปริมาณของโพแทสเซียมก็จะลดลง เรากินกล้วยในตอนนี้ ก็จะช่วยเสริมโพแทสเซียมที่มาจากกล้วยให้กับร่างกายได้ ส่งผลให้ไม่มีความกดดัน ไม่เครียด

• อาการซึมเศร้า แก้ได้ด้วยกล้วย
1. กล้วยจะช่วยรักษาโรคซึมเศร้าและภาวะความเครียดได้
2. เพราะกล้วยมีโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งช่วยในการผลิตฮอร์โมนแห่งความสุข
3. มีส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น

• กล้วยพิชิตโลหิตจาง
1. เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูงซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด
2. เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกำลัง



• ปรับสมดุลในลำไส้
1. การรับประทานกล้วยบ่อยๆ ถือเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลางมีความนิ่มและเส้นใยสูง
2. กล้วยทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองในผนังลำไส้และกระเพาะอาหาร ถือเป็นการดีท็อกซ์เบาๆ

• เปลือกก็มีประโยชน์
1. ลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัดอาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
2. นำเอามาขัดผิวก็ได้ เพราะเส้นใยจากธรรมชาติจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่่เสื่อมสภาพให้หลุดลอกไป เผยผิวใหม่ที่กระจ่างใส เรียบเนียน


หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ได้เห็นถึงประโยชน์มากมายของการทานกล้วยในตอนเช้ากันแล้ว หลังจากนี้ทุกเช้า ก็ลองทานกล้วยวันละ 1 ลูกและรอดูผลลัพธ์ที่น่าทึ่งกันได้เลย



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
loading...
Previous
Next Post »