รวม 11 สูตรยาสมุนไพรหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม แก้ปวดกระดูก แก้มะเร็ง โรคไต!

แจก ๑๑ สูตรยาสมุนไพรหลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม เมตตาแนะนำแก่ญาติโยม

๑) ชาตะไคร้ สรรพคุณ แก้ปวดกระดูก ปวดหลัง ปวดแข้ง ปวดขา ป้องกันกระดูกผุ นั่งดูหนังสือแล้วตาลาย ลุกขึ้นแล้วหน้ามืด ป้องกันโรคไต เบาหวาน คอเลสเตอรอล
วิธีทำ เอาต้นตะไคร้ล้างให้สะอาด (ตะไคร้ที่ใช้ทำอาหาร) ใช้ส่วนที่เป็นต้น ใบกับรากไม่เอา หั่นตากแดดให้แห้งสนิท แล้วนำมาคั่วให้เหลือง หอม เก็บไว้ชง หรือต้มกินต่างน้ำ เหมือนน้ำชา

๒) ยาอายุวัฒนะ สรรพคุณ แก้มะเร็งเม็ดเลือด เสกด้วยนวหรคุณ ๙ รักษาโรคมะเร็งระยะเป็นใหม่ๆ รักษาเอดส์ ต้องเสกด้วยพุทธคุณ ๑๐๘ แก้ท้องเฟ้อ มดลูกเสีย กินทุกวันทำให้ร่างกายแข็งแรง



วิธีทำ เกลือทะเล ๓ ส่วน บอระเพ็ดสดหั่น ๕ ส่วน มะขามเปียกเอาเม็ด และซางออกสับ ๗ ส่วน นำมาโขลกผสมกัน กินเช้า-เย็น หรือก่อนนอนครั้งละก้อนเท่าหัวแม่มือ ถ้าต้องการให้ถ่ายกินตามธาตุหนัก-เบา แล้วดื่มน้ำตามมากๆ

๓) โรคไตวาย วิธีทำ ให้ไปถากเปลือกงิ้วแดง ถากขึ้น ๒ ถากลง ๑ มาต้มดื่มต่างน้ำ (ต้มสดๆเลย) (เวลาถากเปลือก อย่าถากรอบต้น ต้นไม้จะตาย)

๔) เสียงแหบแห้ง วิธีทำ ให้นำกระเทียมพริกไทยโขลกให้ละเอียด ละลายด้วยน้ำผึ้งกิน

๕) ตกขาว วิธีทำ นำสับประรดทั้งหัว หมกปูนขาว ๓ วัน (ถ้ายังไม่สุกหรือฉ่ำให้หมกต่อ) แล้วนำมาปอกกินตามปกติ

๖) โรคชัก เส้นเลือดหัวใจตีบ โรคป่วง วิธีทำ นำพริกไทยเม็ดโขลกให้ละเอียดใส่แคปซูลไว้ นำพริกขี้หนูป่นใส่แคปซูล กินพร้อมกันอย่างละ ๑ แคปซูล (ของยาแผนปัจจุบัน) กินก่อนอาหารเช้า-เย็น

๗) โรคกระเพาะ วิธีทำ ให้เอากล้วยน้ำว้าดิบ ฝานบางๆ ตากแดดให้แห้งสนิท แล้วป่นให้เป็นแป้ง เวลากินตักครั้งละ ๑ ช้อนคาว ใส่น้ำสุกอุ่นๆ แล้วดื่ม

๘) เลือดกำเดาออก วิธีทำ เอาใบพุทรา (พุดซา) ๓ กำมือ ยาข้าวเย็นเหนือหนัก ๔ บาท ยาข้าวเย็นใต้หนัก ๔ บาท มาต้มดื่มต่างน้ำ



๙) มะเร็ง วิธีทำ นำลูกใต้ใบทั้ง ๕ กับต้นไมยราบทั้ง ๕ มาต้ม กินต่างน้ำ (ทั้ง ๕ หมายถึง ราก, ต้น, ใบ, ดอก และผล)

๑๐) โรคตับแข็ง วิธีทำ กินบอระเพ็ดวันละ ๕ แว่น (ยาวประมาณ ๒ ซ.ม. หรือองคุลี) โดยเฉพาะคุณแม่ที่กินยาดองหลังคลอดบุตร และรักษามะเร็ง หรือโรคท้องมานต้องลงด้วย “นะ โม พุท ธา ยะ”

๑๑) โรคตับอีกขนาน บอระเพ็ดสด ๑ ช้อนคาว เคี้ยวๆแล้ว ตามด้วยน้ำผึ้งเดือนห้า

................................
อ้างอิง…อาจารย์อุ๊ / http://www.ayurvedicthai.com/



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »