แจกฟรีไปเลยจ้า!! สูตร..หมูหวาน และ หมูเค็ม บอกเลยว่า นุ่ม อร่อย กลมกล่อม!

หมูหวาน

เครื่องปรุง
1.เนื้อหมูสะโพก 1 กิโลกรัม
2.น้ำตาลปี๊บ 3 ขีด
3.เม็ดผักชี 1/2 ขีด
4.พริกไทยดำตรามือ 1/2 ขีด
5.รากผักชี 5 ราก
6.น้ำมันหอย 2 ทัพพี
7.ซีอี๊วดำ 1 ทัพพี



วิธีทำ
1.แล่เนื้อหมูให้เป็นแผ่นบาง ๆ เลาะเส้นเอ็นพังผืดออกให้เหลือแต่เนื้อล้วน ๆ
2.นำเม็ดผักชีไปผัดในกระทะให้แห้งกรอบ แล้วโขลกให้ละเอียด
3.ผสมเม็ดผักชีกับน้ำตาลปี๊บ รากผักชี พริกไทยดำ น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ ใส่เครื่องบดปั่นจนละเอียดจึงเทใส่กะละมัง
4.นำหมูที่แล่ไว้ใส่ลงไปคลุกกับเครื่องปรุงแล้วเคล้าให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง
5.นำหมูที่หมักแล้วไปอบหรือตากแดดให้แห้งสนิท จึงเก็บใส่ถุงพลาสติกรอไว้
6.เวลาขายจึงนำหมูมาทอดน้ำมันให้สุกร้อน ๆ กินกับข้าวเหนียวนึ่งอร่อยมาก

หมูหวานเค็ม
-ส่วนผสม
-หมูสามชั้น 500 กรัม
-น้ำปลาแท้ ตราปลาหมึก 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนโต๊ะ
-ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
-ซีอิ๊วดำ (หวาน) 3 ช้อนโต๊ะ
-หอมแดงซอย 20 ช้อนโต๊ะ
-หอมแดงซอย 20 กรัม
-น้ำเปล่า

วิธีทำ 
1. ล้างหมูสามชั้นให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอคำ นำหมูสามชั้นใส่ในหม้อ เติมน้ำเปล่า จนท่วมหมูสามชั้น ตั้งไฟอ่อน
2. ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาแท้ ซีอิ๊วขาวและซีอิ๊วดำ(หวาน) เคี่ยวต่อไปเรื่อย ๆจนน้ำงวด จึงใส่หอมแดง คนให้เข้ากัน เคี่ยวต่อจนน้ำเริ่มแห้ง ปิดไฟตักใส่จาน จัดเสิร์ฟ พร้อมข้าวเหนียว



หมูเค็ม
สำหรับเมนูเด็ดของร้านได้แก่ หมูหวาน และ หมูเค็ม ทั้งสองอย่างนี้ใช้เนื้อหมูสามชั้นเลาะมันออก ในส่วนของหมูหวานนั้นจะนำเนื้อหมูลงไปทอด ก่อนจะนำมาคลุกกับน้ำตาลเคี่ยวที่ปรุงรสไว้แล้ว ลองชิมแล้วเนื้อหมูนุ่มๆ รสชาติหวานๆเค็มๆ ส่วนหมูเค็มนั้นก็จะนำเนื้อหมูสามชั้นไปหมักก่อน แล้วค่อยนำไปทอดให้สุกเหลืองให้รสชาติหอม นุ่ม เค็มกำลังดี เรียกว่าอร่อยไปคนละแบบกับหมูหวาน ตั้งแต่เป็นเด็กจะชอบทานหมูทอดเค็มฝีมือคุณแม่มาก เพราะทุกครั้งที่คุณแม่ตำน้ำพริกขึ้นโต๊ะทีไร เราเป็นได้กินหมูทอดเค็มทุกครั้งไป ไม่ว่าจะตำน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกมะเขือเทศ น้ำพริกหน่อไม้ดอง หรือน้ำพริกมะกอก ในเมื่อเป็นของโปรดของเรา แถมยังทำง่ายๆ ด้วย มีหรือลูกไม้จะหล่นไกลต้น บ้านนี้ก็เช่นกันมีน้ำพริกก็ต้องมีหมูทอดเค็มๆ อย่างจานนี้ทุกครั้งไปเช่นกันค่ะ

สิ่งที่ต้องเตรียม
-เนื้อหมูสามชั้น 500 กรัม (ประมาณ 3 เส้น)
-ซีอิ้วขาว 3 ช้อนโต๊ะ
-ผงปรุงรส 1 ช้อนชา
-น้ำมันสำหรับทอด



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »