ใครสูบหรือดมควันบุหรี่บ่อย มาฟอกปอดด้วยน้ำสมุนไพรกัน…ดื่มทุกวันห่างไกลมะเร็งปอด

ควันบุหรี่เป็นโทษต่อปอด การสูบบุหรี่จึงเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกาย แต่ก็ยังมีคนมากมายที่ยังชอบสูบบุหรี่กันอยู่ รวมถึงบางคนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสูดดมควันบุหรี่ได้ เนื่องจากต้องอยู่ใกล้กับคนที่สูบบุหรี่ตลอดเวลา แถมคนเหล่านี้ยังได้รับอันตรายมากกว่าคนสูบบุหรี่เสียอีก ช่างไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ!


และทุกคนก็รู้ดีว่า ปอดของตัวเองเวลาที่สูดดมควันบุหรี่เข้าไปจะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะปอดของคุณจะมีลักษณะหน้าตาเหมือนปอดที่อยู่ในรูป แต่ไม่ต้องกลัว เพราะวันนี้เรามีวิธีการช่วยขับสารพิษอันตรายอย่างนิโคตินออกจากปอดได้มาฝากกัน ลองมาดูกันเลยว่าควรทำอย่างไร



วัตถุดิบ
1. ขิง 1 ชิ้น


2. ผงขมิ้นชัน 2 ช้อนโต๊ะ


3. น้ำเปล่า 1 ลิตร
4. กระเทียม 400 กรัม
5. น้ำตาลทรายแดง 400 กรัม


วิธีทำ
1. นำขิงและกระเทียมมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พักไส้ก่อน
2. นำหม้อใส่น้ำเปล่า ยกขึ้นตั้งไฟ
3. ใส่น้ำตาลทรายแดงลงไปแล้วต้มจนน้ำตาลละลายหมด
4. ใส่ขิง กระเทียม และผงขมิ้นชัน ลงไปต้มในหม้อ อย่าลืมกวนให้เข้ากันด้วย
5. เมื่อต้มจนเดือดแล้วให้ปิดไฟ และทิ้งไว้จนเย็น จากนั้นจึงนำน้ำกรอกใส่ในขวด

วิธีการกินให้กิน  2  ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ปอดของคุณก็จะเริ่มถูกบำบัดจนสะอาดมากขึ้นได้


โดยสมุนไพรตัวหลักๆที่ช่วยในเรื่องการบำรุงปอด หรือป้องกันโรคมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่หนักๆ ก็คือ
1. ขมิ้นชัน มีหน้าที่ช่วยบำรุงปอด  ช่วยทำให้ปอดแข็งแรง  ป้องกันการเป็นมะเร็งปอด และช่วยเรื่องภูมิแพ้ของจมูกที่หายใจไม่สะดวกได้
2. กระเทียม นักวิทยาศาสตร์จากประเทศจีนพบว่า กระเทียมอาจช่วยป้องกันมะเร็งที่ปอดได้ โดยมีงานวิจัยตรวจสอบพบว่า คนที่ไม่สูบบุหรี่และกินอาหารที่มีกระเทียมดิบเป็นส่วนประกอบเยอะๆ มีความเสี่ยงต่อมะเร็งที่ปอดน้อยกว่าคนที่ไม่กินเลย 33 เปอร์เซ็นต์\



การใส่วัตถุดิบทั้งสองนี้ลงไปจึงสามารถช่วยให้อาการหายใจไม่สะดวก หรือปอดถูกทำลาย เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้นั่นเอง

ถึงแม้ว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยขจัดสารนิโคตินออกมาจากร่างกายได้ แต่การสูบบุหรี่หรือสูดดมควันบุหรี่จากคนรอบข้างก็ยังไม่ดีต่อสุขภาพอยู่ดี หวังว่าทุกคนจะสามารถเลิกบุหรี่กันได้และมีสุขภาพที่ดีกันทุกคน ไม่ต้องมาป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพองหรือมะเร็งปอดกันในวันข้างหน้า เพื่อลมหายใจที่สดชื่นสดใสตลอดไป

.............................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก manyum.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »