อร่อยเหาะ! แจกสูตร “ขนมจีบกุ้ง” รสอร่อย เนื้อเด้ง ใครกินก็ติดใจ

ขนมจีบ ถือเป็นเมนูของว่างแสนอร่อย ที่นอกจากจะมีหน้าตาน่าทานแล้ว ยังมีรสชาติอร่อยถูกปาก และทานง่ายได้ทุกวัยอีกด้วย

หากใครสนใจอยากทานขนมจีบแบบจุใจ เราแนะนำให้ทำกินเองดีกว่า วิธีการไม่ยาก และสูตรจากคุณ fillerneck สมาชิคเว็บไซตพันทิป ก็อร่อยมากๆเลย รับรองว่าสูตรนี้ทำง่าย มาทำตามกันได้เลย



ส่วนผสม
– กุ้ง 500 กรัม (จะใช้เป็นกุ้งขาว กุ้งกุลา หรือกุ้งอะไรก็ได้)
-หมูบด 300 กรัม (ซื้อหมูมาสับเองจะดีกว่า)
-เกลือทะเล 10 กรัม
-น้ำตาล 20 กรัม
-พริกไทย
-เกี๊ยว
-กระเทียมไทย
-น้ำมัน

วิธีทำก็ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้เลย
1. นำเนื้อกุ้งและเนื้อหมูที่เตรียมได้ไปตีผสมกันในเครื่องนวด ใช้ใบตีแบบใบไม้ตีความเร็วต่ำไปเรื่อยๆ ตีจนเริ่มรู้สึกว่าเนื้อกุ้งและหมูหนียวจับตัวกัน ก็พักไว้ก่อนแล้ว แต่ถ้าใรไม่มีเครื่องนวด จะใช้ครกกับสองมือแทนไปก่อนก็ได้ ถือเป็นการออกกำลังกายไปด้วยในตัว


2. ระหว่างตี ให้ใส่เกลือและน้ำตาลลงไปด้วย ตามด้วยพริกไทยซึ่งจะใส่ก่อนหรือหลังตีก็ได้

3. นำส่วนผสมที่ตีจนได้ที่พักแช่เย็นเอาไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้ส่วนผสมเซ็ทตัว หรือถ้าทำคืนนี้จะแช่ไว้ค้างคืนเลยก็ได้

4. นำแผ่นเกี๊ยวมาตัดมุมทั้งสี่ออกตามภาพ เตรียมไว้สำหรับห่อเนื้อ


5. กินขนมจีบให้อร่อยก็คงจะขาดกระเทียมเจียวไม่ได้ มาเริ่มทำกระเทียมเจียวกันเลย เริ่มจากสับกระเทียมให้พอละเอียด จากนั้นนำไปเจียวในกระทะใส่น้ำมันโดยใช้ไฟกลาง ค่อยๆ เจียวไปเรื่อยๆ จนพอเหลือง


6. มาถึงขั้นตอนการห่อแป้งกันแล้ว โดยจากวางแผ่นเกี๊ยวลงบนมือ ห่อมือให้เป็นหลุม แล้วตักส่วนผสมที่ปรุงแล้วลงไปวางตรงกลาง รวบแป้ง จับจีบให้สวยงาม ทำไปเรื่อยๆ จนครบ

7. เตรียมหม้อนึ่ง ตั้งน้ำให้เดือด จากนั้นก็วางขนมจีบลงไป เอาน้ำฉีดที่ตัวเกี๊ยวก่อนนึ่งเล็กน้อย เวลานึ่งเสร็จจะได้ไม่แข็ง หากปั้นลูกเล็กจะใช้เวลานึ่งประมาณ 7 นาที แต่ถ้าเป็นลูกใหญ่ขึ้น จะอยู่ประมาณ 7-10 นาที รอให้สุกดีเท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ



8. นำขนมจีบออกมาตกแต่งใส่จาน โรยด้วยกระเทียมเจียว ทานคู่กับจิ๊กโฉ่ว รับรองอร่อยเหาะ


เป็นเมนูที่ทำง่ายมากๆ เลยนะเนี่ย และสำหรับขนมจีบกุ้งสูตรนี้ เพื่อนๆ สามารถนำไปปรับทำตามดูได้ ส่วนใครที่อยากมีรายได้จะลองทำขายก็ไม่ว่ากันจ้า รับรองว่าอร่อยถูกปากคนทานแน่นอน

.....................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก fillerneck



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »