“กระเจี๊ยบแดง” กับสรรพคุณที่คุณอาจไม่เคยรู้

‘กระเจี๊ยบแดง’ สมุนไพรที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่หลายคนมักคิดว่าเป็นเพียงเครื่องดื่มดับร้อนเท่านั้น บางทีสิ่งที่มองผิวเผินดูธรรมดาแต่กลับให้ประโยชน์เกินคาด มีงานวิจัยหลายต่อหลายชิ้นการันตีสรรพคุณทางยาของกระเจี๊ยบแดงที่คุณอาจไม่เคยรู้

เราสามารถบริโภคกระเจี๊ยบแดงได้ทั้งผลและใบ โดยนิยมเอาผลไปต้มเป็นเครื่องดื่ม ส่วนใบใช้ทำอาหารคาว ช่วยย่อยอาหาร ทำให้เลือดไหลเวียนสะดวก และทั้งสองส่วนมีรสชาติออกเปรี้ยว ในส่วนกลีบเลี้ยงของผลกระเจี๊ยบมีสารแอนโทไซยานินปริมาณมากกว่าบลูเบอรี่ ออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยสร้างความแข็งแรงแก่หลอดเลือด ลดความดันโลหิต โรคมะเร็งและชะลอความแก่ ทั้งยังดูดซึมเข้าสมองอย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อม



ป้องกันโลหิตจาง

กระเจี๊ยบแดงอัดแน่นด้วยธาตุเหล็กและเบต้าแคโรทีน มีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคโลหิตจางที่เกิดจากการขาดธาตุเหล็กและผู้ที่ขาดวิตามินเอ อีกทั้งคอยบำรุงรักษาเส้นเลือดให้แข็งแรงและยืดหยุ่นตัว

ลดการเกิดนิ่ว

ใครจะรู้ว่ารสเปรี้ยวตามธรรมชาติของกระเจี๊ยบแดงเกิดจากกรดอินทรีย์หลายชนิด เช่น กรดแอสคอร์บิก กรดซิตริก กรดมาลิก กรดทาร์ทาริก ซึ่งมีคุณสมบัติละลายเสมหะ บรรเทาอาการไอ และลดอาการปัสสาวะขัด ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ รวมถึงขจัดการอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ป่วยผ่าตัดนิ่วในไต

สาวๆ กินดีบำรุงเพศ

มีงานวิจัยพบว่าสารสกัดจากกลีบดอกกระเจี๊ยบมีฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนสตรี เหมาะเอาไว้ให้สตรีวัยทองดื่มดูแลร่างกาย ปรับฮอร์โมนให้คงที่ และถ้าบริโภคกระเจี๊ยบต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน สามารถลดไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด ไขมัน คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันเลว (LDL) แต่ไขมันชนิดดี HDL กลับเพิ่มขึ้น



มีวิตามินซีสูง

นอกจากนี้กระเจี๊ยบยังรักษาและป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ป้องกันหวัด ลดไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ขับเมือกมันในลำคอให้ลงสู่ทวารหนัก ขับเมือกมันจากลำไส้ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น ใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และกำจัดสารพิษออกจากร่างกายทางปัสสาวะ

HOT TIP

ใครมีอาการอ่อนเพลียบ่อยๆ ต้องดื่มน้ำกระเจี๊ยบเพราะมันช่วยฟื้นฟูร่างกายให้มีเรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น

...................................
ที่มา – Women’s Health Thailand
www.womenshealththailand.com
www.facebook.com/WHthailand



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »