เตือนพ่อแม่อย่ารักลูกมากไป! โรคฮิตเด็กรุ่นใหม่ “โรคไม่รู้จักความลำบาก”!! ภัยเงียบที่ฆ่าคนทั้งเป็น

เด็กในสังคมยุคปัจจุบันแทบจะมีทุกอย่างที่ผู้ใหญ่มีกัน  ทั้งที่ยังไม่ต้องทำงาน แต่ก็มีพร้อมทุกอย่างเพราะพ่อแม่หาให้ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน ไอแพด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้เด็กไทยมีโรคใหม่ติดตัวที่ชื่อว่า “โรคไม่รู้จักความลำบาก” โรคนี้คืออะไร ตามมาดู

“โรคไม่รู้จักความลำบาก” โรคใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับเด็ก ๆ และจะกลายเป็นปัญหาต่อการเติบโตหากพ่อแม่ไม่ได้เลือกสร้างภูมิคุ้มกันของความลำบากให้ลูก ไม่เลือกให้ลูกได้ออกไปพบเจอโลกของความจริงที่ว่า ชีวิตแม้ว่าจะรวยหรือจนก็ไม่มีใครสบายได้ตลอดไป ต้องมีความลำบาก ความทุกข์ เกิดขึ้นปะปนกันไป ดังนั้น การเลือกสอนให้ลูกรู้จักกับความลำบาก ฝึกลูกให้มีหน้าที่รับผิดชอบ รู้การแบ่งปัน การให้ และเรียนรู้ หรือพยายามทำด้วยตัวเองได้ตั้งแต่เด็กย่อมเป็นสิ่งที่ดี




สาเหตุที่เด็กถึงเป็นโรคไม่รู้จักความลำบาก

1. เทคโนโลยีครอบงำ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันอย่างการใช้สมาร์ทโฟน แทปเล็ต ได้กลายมาเป็นสื่อที่มีบทบาทกับเด็ก ๆ ตั้งแต่ตัวเล็กในยุคดิจิตอล และมีอิทธิพลมากขึ้นกว่าในสมัยก่อน ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ หลายราคาที่จับต้องได้ ทำให้พ่อแม่ยุคใหม่หยิบยื่นให้ลูกใช้ง่าย ๆ ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร และไม่พยายามปฏิเสธหรือเบี่ยงเบนความสนใจให้ลูกไปทำกิจกรรมอย่างอื่น


2.อยากให้ลูกสบายจนทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว
การมีพี่เลี้ยงไว้คอยดูแลลูกน้อย เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่อันเหนื่อยหนักของพ่อแม่ โดยไม่ยอมสอนลูกให้ลองทำอะไรด้วยตัวเอง จนลูกไม่สามารถทำอะไรเป็นได้ เมื่อเติบโตขึ้นในสังคม เช่น เริ่มต้นเข้าโรงเรียนก็จะกลายเป็นภาระให้กับบุคคลรอบข้างที่ต้องคอยช่วยเหลือ


3.กางปีกปกป้องลูกมากเกินไป
เพราะความกังวลเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับลูกรัก จึงไม่หาโอกาสพาลูกออกไปเปิดประสบการณ์ต่อโลกภายนอก และจำกัดที่ทางให้ลูกอยู่ภายใน comfort zone ยอมให้ลูกนั่งดูทีวี เปิดยูทูป เล่นเกมในไอแพด ซึ่งเป็นการปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้กับสังคมภายนอก และไม่รู้จักกับการแยกแยะความแตกต่างระหว่างคนดีกับคนไม่ดี ขาดการสังเกตและเรียนรู้

4.ไม่ยอมปล่อยให้ลูกลำบาก เพราะตนเองเคยลำบากมาก่อน
เพราะไม่อยากให้ลูกมีชีวิตเหมือนที่ตนเองเคยเป็นมาก่อน พอฐานะดีขึ้นจึงส่งเสริมและเลี้ยงลูกด้วยวัตถุ เงินทอง ฯลฯ เหล่านี้จะทำให้เด็กกลายเป็นคนขาดความอดทน ไม่มีความมั่นคงในจิตใจ อ่อนแอ และแข็งกระด้าง



5.ใช้ชีวิตติดสื่อยุคใหม่
จริงอยู่ว่าสื่อยุคใหม่ทำให้การเรียนรู้ทางสมองของเด็กพัฒนาไวมากขึ้น จะท่อง กอไก่ ขอไข่ เปิดยูทูปดูได้เลย พ่อแม่ไม่ต้องมาคอยนั่งสอน แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงอย่างรวดเร็ว และมีการนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตที่ดูสวยหรูผ่านสื่อทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ มีการโชว์และแชร์ถ่ายภาพ อวดของหรู ชูของสวย ด้วยอิทธิพลของสื่อเองและการเลี้ยงลูกแบบตามใจมาก่อน ทำให้เด็กเกิดความอยากได้อยากมีตามกระแสสังคม


แต่หากพ่อแม่รับรู้ถึงสิ่งที่ลูกเป็น และพยายามแก้ให้ถูกจุด ลูกๆที่เติบโตมาในสังคมใหม่ก็จะมีวัคซีนที่คอยคุ้มกันตัว และปรับตัวเข้ากับคนในสังคมได้ …เริ่มต้นรับมือและฝึกลูกไว้ตั้งแต่เล็ก ๆ ก่อนที่จะสายเกินแก้นะคะ

.....................................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก th.theasianparent.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »