ชักโครกกดไม่ลง ทำแบบนี้…4 ขั้นตอนง่ายๆ ไม่ต้องเรียกช่าง ไม่เปลืองน้ำ แถมประหยัดด้วย

หลายบ้านคงเจอบ่อยกับปัญหากดชักโครกไม่ลง ยิ่งบ้านไหนมีคนอยู่เยอะ ใช้กันหลายคนแต่มีห้องน้ำห้องเดียว โถส้วมยิ่งต้องทำงานหนักไปใหญ่ และนี่อาจจะเป็นปัญหาให้เกิดการคั่งค้างของสิ่งปฏิกูล จนนำไปสู่การกดชักโครกไม่ลงได้

"ชักโครกกดไม่ลง" หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ กดน้ำแล้วแต่สิ่งที่อยากจะให้มันไหลลงไปตามรูร่องของชักโครก กลับค้างเติ่งล่องลอย หรือบางครั้งก็ดันเอ่อล้นออกมาจนถึงขอบชักโครก สร้างความไม่น่าดู เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปเสียหมด

ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะท่อระบายชักโครกมีพวกเศษสิ่งสกปรกอะไรๆหลายๆอย่างเกาะแน่นและติดเหนียวหนึบจนทำให้เกิดการระบายได้ยาก ใครกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ยังไม่จำเป็นต้องเรียกรถดูดส้วม เพราะเรามีวิธีการแก้ไขด้วยตัวเองมาฝากกัน ดังต่อไปนี้



อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. น้ำยาล้างจาน
2. น้ำร้อน

 วิธีทำ
1. เทน้ำยาล้างจานประมาณหนึ่งลงไปในชักโครกที่ตัน น้ำยาล้างจานจะหนักกว่าน้ำ เพราะฉะนั้น เมื่อเราเทลงไปมันจะทิ้งตัวจมลงด้านล่างทันที


2. ปล่อยทิ้งไว้ราวๆ 20-30 นาที น้ำยาล้างจานจะค่อยๆ ไหลซึมไปกับสิ่งที่อุดตันอยู่ภายใน ทำให้สิ่งที่อุดตันอยู่ลื่นขึ้น และพร้อมที่จะหลุดจากการเกาะติดที่ผนังภายในโถส้วม

3. เทน้ำร้อนตามลงไปประมาณหนึ่งขัน จะช่วยให้น้ำยาล้างจานกับสิ่งอุดตันหลุดล่อนลงไปด้านล่าง และทำให้ชักโครกของคุณหายตันหรือเปิดทางมากกว่าเดิม

4.กดชักโครกอีกครั้งเพื่อเติมน้ำตามปกติ


วิธีนี้เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นก่อนที่จะใช้วิธีอื่นๆหรือเรียกรถดูดส้วมมาที่บ้าน หากบ้านไหนกำลังมีปัญหานี้อยู่ ลองเอาวิธีนี้ไปใช้กันดูสักหน่อยดีกว่า เขาว่ามาว่าเวิร์คมากๆ แต่ถ้าใช้ยังไงก็ยังแก้ปัญหาเดิมๆไม่หาย ก็คงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุว่า ความจริงแล้วที่ชักโครกกดไม่ลงเกิดมาจากสาเหตุใดกันแน่  เช่น ส้วมเต็ม หรือการออกแบบโถส้วมที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น จะได้หาทางแก้ไขอย่างถูกจุดต่อไป



เป็นอย่างไรบ้างคะ… กับวิธีง่ายๆ แค่ใช้น้ำยาล้างจาน ของใช้ที่น่าจะมีอยู่แล้วทุกครัวเรือน ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อของอื่นๆเพิ่มเติม แต่ช่วยให้ประหยัดเงินไปได้อีกเยอะเลย น่าสนใจขนาดนี้ต้องเก็บไว้ใช้แก้ปัญหาชักโครกกดไม่ลงบ้างแล้วละ…ลองเอาไปใช้กันดูนะคะ

.....................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก manager.co.th



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
loading...
Previous
Next Post »