เทคนิค “ปลูกหอมไร้ดินในถาดไข่” สะอาด ปลอดภัย ไร้สารเคมี…ลองปลูกไว้กินเองสิคะ

การปลูกพืชสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กระถางต้นไม้อีกต่อไป เพราะบางทีกระถางต้นไม้ก็อาจมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้การปลูกพืชไม่ได้ผลเท่าที่ควร ปัจจุบันจึงมีการคิดค้นหาวัสดุปลูกอื่นๆมาแทนที่ และที่จะขอนำเสนอในวันนี้ก็คือการใช้ถาดไข่มาเป็นวัสดุสำคัญในการเพาะปลูกพืช


ไอเดียการปลูกพืชที่จะนำมาบอกเล่าในวันนี้เป็น “การปลูกหอมแบบไร้ดินในถาดไข่” ด้วยวิธีการง่ายๆ และใช้วัสดุที่หาได้ไม่ยากเลย เพียงแค่หาอุปกรณ์เล็กๆน้อยๆ บวกกับความตั้งใจที่จะดูแลรดน้ำมันทุกเช้าค่ำ เพียงเท่านี้ก็มีหอมไว้กินเองแบบง่ายๆแล้ว



สิ่งที่ต้องเตรียม ได้แก่
1. ถาดใส่ไข่ ซึ่งเป็นถาดแบบกระดาษ แต่ละชุดนั้นให้ซ้อนกันจำนวน 5 ใบ สำหรับเอาไว้ใช้เป็นแปลงผักของเรา
2. หัวหอม จำนวน 30 หัวต่อหนึ่งแปลงถาดใส่ไข่
มีแค่ 2 อย่าง ก็เริ่มต้นปลูกได้แล้วละค่ะ

วิธีการปลูก
1. นำถาดใส่ไข่แบบกระดาษที่เตรียมไว้ มาซ้อนกัน 5 ใบ และรดน้ำให้ทั่วจนชุ่ม

2. คัดเลือกเอาหัวหอมคุณภาพดี ไม่เน่า ไม่มีเชื้อรา เพื่อจะนำมาปลูกในถาดที่เตรียมไว้

3. นำหัวหอมที่คัดแล้ววางใส่ลงไปในหลุมให้ครบทุกหลุม


4. รดน้ำทุกวันเช้า-เย็น เพื่อรอการเติบโตของต้นหอม แบบนี้


เคล็ดลับการปลูกหอมในถาดไข่ให้ได้ผลดี
1. รดน้ำทุกวัน และอย่าปล่อยให้ถาดไข่แห้งเป็นอันขาด ต้องทำให้ถาดไข่มีความชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา โดยถ้าเป็นไปได้ให้ซ้อนถาดกระดาษหลายๆ ชั้น จะช่วยรักษาความชุ่มชื่นได้ดีมากขึ้น
2. ต้นหอมต้องการแสงแดดตลอดทั้งวันเพื่อการเจริญเติบโต ดังนั้น จึงควรวางแปลงผักถาดไข่ในที่ที่มีแสงแดดส่องเข้าถึงด้วย ไม่ควรวางในมุมอับของบ้าน




เพียงแค่วางหัวหอมในถาดกระดาษแล้วรดน้ำทุกวัน แค่นี้เราก็จะมีต้นหอมไว้ทานเองตลอดปีแล้ว ใครที่ชอบทานหอมอย่าพลาดวิธีนี้เลยเชียวนะคะ เพราะถ้าปลูกเองได้เองก็ไม่ต้องไปซื้อมาให้เปลืองสตางค์ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกหลายบาทเลยทีเดียว

แต่ที่มากและสำคัญไปกว่านั้น ก็คือ การได้ทานผักที่ปลูกด้วยมือของตัวเอง ปลอดภัย ไร้สารเคมี กันแบบชัวร์ๆ แล้วจะต้องกลัวอะไรละคะ

ใครอยากมีของดี อร่อย และเต็มไปด้วยความภูมิใจ ลองเริ่มต้นปลูกหอมในถาดไข่ก่อนก็ได้ น่าจะเป็นพืชชนิดแรกๆที่คุณสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ แล้วเมื่อวิชาแก่กล้าขึ้น จะปลูกอะไรก็ได้ทั้งนั้นละ

....................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก xn--12c1bij4d1a0fza6gi5c.com/



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
loading...
Previous
Next Post »