ยาฆ่าแมลงตกค้างในแก้วมังกร


แก้วมังกร พืชตระกูลเดียวกับกระบองเพชร มีต้นกำเนิดจากแถบอเมริกากลาง เข้ามาในเวียดนามประมาณ 100 ปีก่อน จากนั้นได้ขยายพันธุ์ไปประเทศต่างๆจนถึงไทย คนไทยนิยมทานสดหรือใช้เป็นส่วนผสมของฟรุตสลัด หรือปั่นเป็นน้ำผลไม้

แก้วมังกร มีสารมิวซิเลจ มีลักษณะคล้ายวุ้นเจลที่ช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย และช่วยควบคุมระดับกลูโคส คนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ไม่ต้องใช้อินซูลินได้ ช่วยเพิ่มธาตุเหล็กในร่างกาย และช่วยลดความอ้วน เพราะมีแคลอรีต่ำ

เป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยเรื่องการบำรุง ผิวพรรณ ช่วยดูดซับสารพิษต่างๆออกจากร่างกาย และลดการเกิดมะเร็ง



แก้วมังกร มีหลายสีให้เลือกซื้อเลือกทานตามใจชอบ หวานมาก หวานน้อยแล้วแต่พันธุ์ และดินที่เพาะปลูก หรือวิธีการดูแล และเทคนิคของเจ้าของสวน ที่อาจมีการพึ่งสารเคมี หรือมีวิธีการดูแลแบบธรรมชาติ

อย่างหลังนับเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค แต่ถ้าวันนี้เราต้องต่อสู้กับศัตรูของพืชชนิดต่างๆ อาจต้องใช้สารเคมีอย่างยาฆ่าแมลงเข้าช่วย ซึ่งข้อกำหนดและวิธีการใช้ยาฆ่าแมลงแต่ละกลุ่มจะต่างกัน

หากเกษตรกรใช้ยาฆ่าแมลงตามข้อกำหนด ผู้บริโภคอย่างเราๆ ก็จะปลอดภัย แต่หากไม่ เราก็อาจเป็นอันตรายจากการทานแก้วมังกรได้ ยาฆ่าแมลงที่เข้าสู่ร่างกายมีอันตรายทั้งแบบเฉียบพลันและแบบเรื้อรัง

อาการส่วนใหญ่ที่พบเบื้องต้นคือ น้ำตาไหล น้ำลายไหล กลั้นปัสสาวะไม่ได้ เป็นตะคริวที่ท้อง ม่านตาหรี่ กล่องเสียงเกิดอาการระคายเคือง ส่วนอาการรุนแรงที่พบคือ งง ชัก และโคม่า ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว การหายใจล้มเหลว เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากยาฆ่าแมลง

สถาบันอาหาร ได้ทำการสุ่มตัวอย่างแก้วมังกร 5 ตัวอย่างจาก 5 ย่านการค้า ในกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์การตกค้างของยาฆ่าแมลง 4 กลุ่ม จำนวน 58 ชนิด



ผลปรากฏว่ามีแก้วมังกร 2 ตัวอย่าง ที่พบการตกค้างของยาฆ่าแมลงชนิดไซเปอร์เมทริน

แต่ปริมาณที่พบนั้นยังไม่มาก เพื่อความปลอดภัยก่อนทานควรล้างเปลือกด้วยน้ำสะอาดทุกครั้ง และล้างมือเวลาที่หยิบจับ หรือสัมผัสผลก่อนที่จะทานอาหารอื่นๆ แค่นี้ก็ป้องกันอันตรายจากยาฆ่าแมลงได้.


.........................................
Cr. Thairath



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
loading...
Previous
Next Post »