เพิ่งรู้! วิธีทำให้ ‘หอย’ คายดินออกมาเร็วที่สุด…ง่ายและเร็วแค่นี้เอง

ใครชอบซื้อหอยมาทำอาหารบ้างค่ะ? คงจะดีกว่าถ้าเราได้รับประทานหอยที่ไร้เศษดินมาติดให้กวนใจ ไม่ต้องเสี่ยงฟันแตกจากการเคี้ยวหิน แถมยังทานได้อย่างสะอาดปลอดภัยมากกว่าด้วย

แต่ถ้าเกิดว่าการล้างหอยยังเป็นปัญหาใหญ่ของคุณอยู่ ก็มาลองดูวิธีการล้างหอยแบบง่ายๆที่เราจะนำเสนอกันดีกว่า รับรองว่าจะสามารถทำความสะอาดหอยได้อย่างสะอาดหมดจด ให้คายดินออกมาเร็วที่สุด ไม่มีเศษดินเศษทราย ตกค้างมาถึงอาหารที่เราจะรับประทานแน่ๆ



วิธีการที่ว่ามานี้ไม่ยากเลยค่ะ ทำง่ายๆด้วยวิธี  2 วิธี ดังต่อไปนี้



วิธีที่ 1
1. แช่หอยที่ซื้อมาในภาชนะที่ใส่น้ำเตรียมไว้

2. เติมเกลือและน้ำมันลงในน้ำอุ่นเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อจำลองสิ่งแวดล้อมจริงที่มันเจริญเติบโตมา
หมายเหตุ : การใส่น้ำมันลงไปก็เพื่อเร่งการอ้าปากเพื่อหายใจของหอย เนื่องจากน้ำมันจะลอยขึ้นเหนือน้ำและทำให้ออกซิเจนในน้ำลดน้อยลง ทำให้หอยต้องเปิดปากออกเพื่อหายใจ จึงเป็นการเร่งให้หอยคายดินออกมาง่ายขึ้นนั่นเอง

3. แช่ทิ้งไว้ไม่นาน หอยจะค่อยๆ เปิดปากออก เพื่อคายดินและทรายที่มันอมอยู่ออกมา

4. หลังจากแช่ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หอยจะเปิดปากออกจนหมด และจะสังเกตเห็นว่าน้ำจะดูขุ่นเล็กน้อย ซึ่งแปลว่าหอยได้คายเศษทรายและดินออกหมดเรียบร้อยแล้วนั่นเอง
หมายเหตุ : ถ้าต้องการย่นระยะเวลาการกำจัดเศษดินและทราย ให้เอามือลงไปคนน้ำในภาชนะที่แช่หอยเอาไว้ และเปลี่ยนน้ำไปเรื่อยๆ หอยจะคายดินออกมาเร็วขึ้น



วิธีที่ 2
1. ล้างเปลือกหอยด้านนอกให้สะอาด
2. นำหอยที่ล้างเสร็จแล้วใส่ลงในหม้อเปล่าๆ (ไม่ต้องเติมน้ำ) แล้วนำไปตั้งไฟนาน 3 นาที
3. นำหอยที่เปิดฝาแล้วไปล้างน้ำให้สะอาด เพียงเท่านี้ก็จะสามารถล้างดินและทรายที่หอยอมเอาไว้ออกมาได้อย่างหมดจดแล้ว


ทั้งสองวิธีนี้เป็น 2 วิธีง่ายมากๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ? ถ้าอยากจะกินหอยแบบเนื้อๆเน้นๆ การซื้อหอยมาล้างและทำอาหารเองนี่ละปลอดภัยที่สุด เพราะคุณจะหมดห่วงเรื่องสารตกค้าง สิ่งสกปรก และเศษดินเศษหินไปได้เลย แถมวิธีที่นำเสนอมานี้ก็ยังไม่สูญเสียคุณค่าทางอาหารด้วยนะ ประหยัดทั้งเวลา และสะดวกสุดๆ ไปเลยล่ะ

ใครที่รักการทานหอยทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ เก็บวิธีการทำความสะอาดหอยนี้เอาไว้เลย เพราะคุณจะต้องได้ใช้มันในวันใดวันหนึ่งเร็วๆนี้แน่ๆ

..........................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก manyum.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

เรื่องน่าสนใจอื่น ๆ

Previous
Next Post »