เคล็ดลับการทำ “มะม่วงแช่อิ่ม” ให้อร่อยด้วยวิธีพื้นบ้านของไทยเรา!!


เมืองไทยบ้านเรานั้นอุดมไปด้วยอาหารใครๆก็ทราบกันดี มีชาวต่างชาติหลายคนมีจุดประสงค์เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพราะอยากจะรับประทานอาหารไทยบ้านเรา เนื่องจากชื่อเสียงของอาหารไทยนั้นดังกระช่อนไปทั่วโลก  


อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงและสามารถหาซื้อมารับประทานกันอย่างง่ายดาย และที่สำคัญมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ถ้าหากใครได้ชิมก็ต้องติดใจกันทุกรายไป และวันนี้เราก็ขอหยิบเอาอีกหนึ่งอาหารว่างในประเทศไทยบ้านเราที่คนไทยรู้จักกันดี เพราะมันช่วยทำให้ตาสว่างในเวลาช่วงบ่ายที่หลายคนอาจจะง่วงนอนได้ นั่นก็คือ “มะม่วงแช่อิ่ม” นั่นเอง



มะม่วงเป็นผลไม้ที่มีอยู่มากในประเทศไทย เรียกได้ว่ามีรับประทานกันตลอดทั้งปี จึงมีวิธีการหลากหลายที่นำเอามะม่วงสดมาแปรรูป เพื่อให้ได้ความหลากหลายทางอาหารและรสชาติ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ มะม่วงแช่อิ่ม ซึ่งมีส่วนผสมที่ต้องจัดเตรียมดังต่อไปนี้
1.    มะม่วงดิบ
2.    น้ำปูนใสผสมเกลือ
3.    น้ำ
4.    น้ำตาลทราย


ทางด้านของวิธีการทำก็ไม่ใช่เรื่องยาก ใครๆก็สามารถทำได้ ซึ่งขั้นตอนการทำมะม่วงแช่อิ่มมีดังต่อไปนี้
1. เมื่อนำมะม่วงมาพร้อมแล้วก็จัดการล้างให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า และเริ่มลงมือปอกเปลือกมะม่วงออกให้หมด แต่ว่าวิธีนี้จะต้องรักษาความสะอาดด้วย เพื่อที่จะได้มะม่วงแช่อิ่มที่อร่อยและสะอาดจริงๆ

2. เมื่อปอกเปลือกมะม่วงเสร็จเรียบร้อยแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือ การหั่นมะม่วงเป็นชิ้นๆ หรือใครจะฝานเป็นชิ้นๆก็ได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะหั่นเป็นชิ้น โดยให้มีความพอดี เพื่อที่จะแลดูน่ารับประทานนั่นเอง

3. จากนั้นนำเอามะม่วงที่หั่นเสร็จเรียบร้อยแล้วไปแช่ไว้กับน้ำปูนใสผสมเกลือที่เตรียมไว้ และปิดฝาภาชนะที่ใส่ให้สนิท ทิ้งไว้นาน 1 คืน



4. เมื่อครบเวลา 1 คืนเรียบร้อยก็จัดการตักมะม่วงขึ้นมา แล้วทำการล้างน้ำเปล่าให้สะอาดอีกครั้ง และพักไว้ในภาชนะเพื่อให้สะเด็ดน้ำ

5. นำน้ำและน้ำตาลทรายที่เตรียมไว้ใส่ลงในหม้อต้มในอัตราส่วน 1:1 จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟ และเคี่ยวจนน้ำตาลทรายละลาย และยกลงพักทิ้งไว้ให้เย็นสนิท


6. จากนั้นให้นำมะม่วงที่พักไว้ในภาชนะมาใส่ลงในหม้อน้ำเชื่อมที่เตรียมไว้ จากนั้นปิดฝาภาชนะให้สนิท ทิ้งไว้อย่างน้อย 1 คืน และนำเข้าตู้เย็น เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำมะม่วงแช่อิ่ม

เพียงแค่นี้คุณก็จะได้มะม่วงแช่อิ่มที่มีความหวาน กรอบ อร่อย มารับประทานเล่นเป็นอาหารว่างกันแล้ว ซึ่งวิธีที่เรานำมาแนะนำกันนี้เป็นวิธีที่ง่ายๆ ไม่ยาก สำหรับคนที่ไม่เคยทำก็สามารถทำได้เช่นกัน

..........................
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก : readmii.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

เรื่องน่าสนใจอื่น ๆ

Previous
Next Post »