ปวดฟันแก้ไม่หายสักที ต้องลองวิธีเหล่านี้..ไม่ต้องพึ่งยา ปลอดภัย ไร้สารเคมี

อาการปวดฟันเป็นอาการที่ทรมานมากๆอาการหนึ่งซึ่งจำเป็นต้องให้คุณหมอช่วยอุด ถอน หรือรักษารากฟัน อาการป่วยที่เป็นจึงจะหายไป นอกจากนี้อาจจะต้องใช้สมุนไพรบางประเภทที่มีส่วนในการยับยั้งความเจ็บปวด ก็จะช่วยให้อาการปวดฟันจางลงไปได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม หากใครไม่ต้องการเอาสารเคมีเข้าปาก เรามีวิธีการใช้สมุนไพรที่มีส่วนช่วยในการลดอาการปวดฟันมาฝาก ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้ล้วนแต่มีสรรพคุณที่ดีทั้งนั้น และยาสีฟันหลายยี่ห้อก็มักนำสมุนไพรเหล่านี้เข้าไปเป็นส่วนประกอบ จะเป็นอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันได้เลยค่ะ


สมุนไพรดีๆที่ช่วยรักษาอาการปวดฟัน

1. กานพลู
– นำสำลีพันปลายไม้ชุบน้ำมันกานพลู
– นำไปอุดไว้ตรงบริเวณฟันที่ปวดสักครู่
หรือ


– ทุบกานพลู แช่กับเหล้าขาว
– นำสำลีชุบลงไปในส่วนผสมที่เตรียมได้
– นำไปอุดไว้ตรงบริเวณฟันที่ปวดสักครู่

2. ดาวเรือง
– นำดอกแห้ง 7-8 ดอกไปต้มกับน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ
– จิบที่ละนิดทั้งวัน
นอกจากจะช่วยลดอาการปวดฟันได้แล้ว ยังสามารถขับร้อนในร่างกายได้อีกด้วย

3. เมล็ดผักชี
– นำเมล็ดผักชีไปต้มกับน้ำ
– นำมาบ้วนปากบ่อย ๆ


4. ผักบุ้งนา
– ตำรากผักบุ้งนาให้ละเอียด
– คั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำส้มสายชูเล็กน้อย
– อมในปากประมาณ 5 นาที บ้วนออก และบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด

5. มะระ
– ตำรากสดให้พอแหลก
– นำมาพอกบริเวณฟันซี่ที่ปวด ใช้ลิ้นกดไว้สักครู่ใหญ่
– คายออก ล้างปากให้สะอาด

6. ว่านหางจระเข้
– ปอกวุ้นว่านหางจระเข้ นำมาล้างยางออกให้หมด
– หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เหน็บไว้บริเวณซอกฟันซี่ที่ปวด หรือใช้สำลีพันปลายไม้จุ่มน้ำวุ้นของว่านหางจระเข้มาป้ายบริเวณที่ปวด
 
7. น้ำมันกระเทียม
– นำสำลีชุบกับน้ำมันกระเทียม
– ทาบริเวณฟันที่ปวด ทิ้งเอาไว้สักครู่อาการจะลดลง แต่วิธีนี้ช่วยบรรเทาอาการได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น



8. ใบชา
– นำใบชาแห้งไปแช่ในน้ำร้อนประมาณ 20 นาที
– รอให้น้ำแช่อุ่น จากนั้นนำมาบ้วนปากบ่อย ๆ จะช่วยลดอาการปวดฟันได้
– บ้วนน้ำสะอาดตาม เพื่อป้องกันการเกิดคราบหินปูน

9. เมล็ดกุยช่าย
– คั่วเมล็ดกุยช่ายให้เกรียมดำ
– นำมาทุบให้แหลก แล้วนำไปละลายในน้ำมันยาง
– นำสำลีชุบน้ำมันยางที่ผสมกับเมล็ดกุยช่ายบดมาอุดบริเวณที่ปวดฟันจากฟันผุ ทิ้งไว้ข้ามคืนก็จะบรรเทาอาการปวดฟันและช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุได้

วิธีเหล่านี้น่าจะช่วยให้ทุกคนปลอดภัยจากอาการฟันผุได้บ้าง ลองนำไปทำกันดูนะคะ ได้ผลอย่างไรมาบอกกันด้วย

.........................................
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ch3.sanook.com



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)

เรื่องน่าสนใจอื่น ๆ
loading...
Previous
Next Post »