แทบไม่น่าเชื่อ!! กินกระชาย ดีกว่า โสม แถมราคาถูกกว่ากันเยอะมากๆ


โสมที่คุณรู้จักกันว่าดีเลิศมากมายนานาประโยชน์ แต่คุณควรรู้ว่าโสมนั้นมีทั้งสารดีและสารร้าย โทษของมันก็คือ...

• มันไม่สามารถที่จะถูกขับออกจากร่างกายได้

• เมื่อคุณรับประทานเข้าไปแล้ว มันจะหมุนเวียนอยู่ในร่างกาย

• เมื่อคุณรับประทานไปนานๆ มันจะส่งผลให้หมุนเวียนอยู่ในร่างกาย ทำให้เลือดเหนียว เลือดเหนอะ


Loading...

• ส่งผลทำให้เดินตัวแข็ง แขนแข็ง ขาแข็ง ยืดขาลำบาก นั่งนานๆ ไม่ได้ นั่งนานๆก็จะลุกลำบาก

ในประเทศไทยได้มีสมุนไพรไทยอยู่ 1 ตัวที่มีสรรพคุณเหมือนโสมทุกอย่าง อีกทั้งมันยังไม่มีสารพิษแบบโสม และราคายังถูกกว่าเยอะ เจ้าสมุนไพรตัวนี้ก็คือ กระชาย

• กระชายที่ดีที่สุดคือ กระชายเหลือง (ถูกนำมาใช้ปรุงเครื่องแกงต่างๆ)

• กระชายที่มีตัวยาสูงสุดคือ กระชายเหลือง รองลงมาคือกระชายแดง แล้วตัวสุดท้ายคือ กระชายดำ

เรื่องราวนี้มีอยู่ว่า อาจารย์สุทธิวัสส์ คำภา ท่านได้ไปบรรยายที่จังหวัดเลย และได้มีคนที่ประสบกับปัญหาโรคไตถามว่า “จะต้องกินอะไร”

อาจารย์แนะนำว่า “ให้คุณดื่มน้ำกระชาย” ซึ่งคนอีสานไม่รู้จักกระชาย แต่พวกเขาก็ได้มีความพยายามไปหามา เขาไปขุดหัวกระชายดำมาให้ดูว่าอย่างนี้ใช่หรือเปล่า ซึ่งโดยธรรมดาสมุนไพรสีดำทุกชนิดจะมีส่วนช่วยในการบำรุงไต ไม่ว่าจะเป็นขิงดำ กระชายดำ ไพรดำ


อาจารย์เห็นว่าเป็นกระชายดำก็บำรุงได้ จึงได้บอกว่า “ให้เอาไปดื่ม”
เมื่อชาวบ้านนำไปทำตาม ปรากฎว่า หลังจากนั้นเขาได้หายจากโรคไต เลยพูดกันใหญ่ว่า “กระชายดำรักษาไตได้ แล้วต้องเป็นกระชายดำจังหวัดเลย เพราะว่าคนหายคนแรกอยู่ที่จักหวัดเลย”

ด้วยเหตุผลนี้ทำให้กระชายดำมีราคากิโลกรัมละ 200 บาทเลยทีเดียว กระชายธรรมดากิโลกรัมละแค่ 20 บาทเท่านั้น ต่อมาอาจารย์สุทธิวัสส์จึงได้พูดชี้แจงความจริงผ่านทางรายการวิทยุจนตอนนี้กระชายดำเหลือเพียงกิโลกรัมละ 20 บาท ในส่วนของกระชายเหลืองกิโลกรัมละ 40 บาท ส่งผลให้กระชายเหลืองขึ้นราคา เนื่องจากคนดื่มกันมากแล้วทำเป็นเครื่องดื่มได้อร่อย

วิธีการทำ
1. ให้คุณนำเอากระชายตำ หรือปั่น แล้วนำมาคั้นน้ำ คุณก็จะได้รับหัวเชื้อกระชาย

2. ถ้าหากคุณอยากให้ไม่มีกลิ่นฉุน ให้คุณใส่ใบกระเพรา ใบโหระพาลงไปด้วย จะช่วยในการดับกลิ่นกระชาย อีกทั้งยังช่วยในการเพิ่มเม็ดเลือดขึ้น

3. ใครที่นิยมกินหญ้าปักกิ่ง กินแล้วท้องอืด ถ้าหากใส่น้ำกระชายลงไปมันจะช่วยเสริมสรรพคุณหญ้าปักกิ่งให้ดีขึ้น

4. น้ำใบบัวบกที่ผ่านการผสมกับน้ำกระชาย มีสรรพคุณในการบำรุงสมอง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ดีมาก

วิธีการทำน้ำกระชายสูตรมาตรฐานสำหรับไว้ดื่ม
1. ให้คุณนำเอากระชายเหลือง 500 กรัม (ครึ่งกิโลกรัม) มาปั่นรวมกันกับน้ำ 2 ลิตร

2. ทำการกรองเอาแต่น้ำ ถ้าหากคุณกลัวกลิ่นกระชายไม่หอม ให้ใส่ใบกระเพราลงไป หรือจะเป็นใบโหระพา ใบบัวบก อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือจะใส่ทุกอย่างก็ได้

3. ถ้าหากเลือกใช้ใบบัวบกจะช่วยในการบำรุงสมองได้ อีกทั้งไม่มีกลิ่นกระชาย

4. เมื่อได้แล้ว ให้คุณนำมาดื่มได้ทันที ถ้าหากเหลือก็ให้เก็บไว้ในตู้เย็น ปรุงรสเพิ่มเติมเพื่อความอร่อยให้ดื่มง่าย

5. ในกรณีสำหรับใครที่ไม่ชอบกลิ่นกระชาย เวลาดื่มให้คุณรินน้ำกระชายเพียงครึ่งแก้ว แล้วทำการเติมสไปรท์ หรือเซเว่นอัฟลงไป

6. ถ้าเป็นเด็กดื่ม ก็ให้เติมเฮลบลูบอยสีเขียวจะหอมมาก และใส่โซดาตามลงไป

ประโยชน์ของกระชายดำ
• ถ้าคุณให้เด็กดื่มบ่อยๆ จะทำให้เด็กไม่ค่อยป่วย

• ถ้าหากคุณผู้ใหญ่ดื่มเป็นประจำจะช่วยทำให้หัวใจแข็งแรง บำรุงไต บำรุงหัวใจ บำรุงสมอง บำรุงกระดูก ปรับความดันสูงไป หรือต่ำไป ปรับให้พอดี

• ช่วยในการปรับฮอร์โมนของผู้หญิง เนื่องจากถ้ามีฮอร์โมนมากเกินไปจะทำให้เป็นมะเร็งเต้านม และถ้าฮอร์โมนน้อยไปก็จะส่งผลให้เป็นมะเร็งมดลูก กระชายจะช่วยเข้าไปปรับให้เกิดความสมดุล

• ใครก็ตามที่ความดันสูงก็จะลดลง ใครที่ความดันต่ำก็จะเพิ่มขึ้น

• กระชายไม่ได้เป็นตัวเพิ่มฮอร์โมน แต่เป็นตัวปรับฮอร์โมน

• ใครที่กระดูกผุ กระดูกพรุน หมอบอกว่า เป็นโรคกระดูกบาง ขอแนะนำให้คุณดื่มไปพักเดียว แล้วไปตรวจใหม่หมอจะงงว่าทำไมกระดูกตัน น้ำกระชายยังเป็นตัวหนึ่งที่บำรุงสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน

สรรพคุณของกระชาย
• ในน้ำกระชาย 1 แก้ว มีคุณค่าสูงกว่านม 1 แก้วหลายเท่า

• อุดมไปด้วยวิตามิน ซี บี 1 บี 3 บี 5 และแคลเซี่ยม

• มีส่วนช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรง ผมขาวกลับดำ ผมบางกลับหนา

• อุดมไปด้วยแคลเซียมสูง มีส่วนช่วยบำรุงเส้นเอ็นให้แข็งแรง กระดูกไม่เปราะบาง

• ช่วยในการบำรุงหัวใจ ระบบกล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงเต้นสม่ำเสมอ

• ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้ดีขึ้น

• ช่วยในการย่อยอาหาร แก้โรคกระเพาะ

• ช่วยขับลม แก้ลมจุกเสียด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยในการเจริญอาหาร

• ช่วยแก้โรคในช่องปากและคอ แก้โลหิตเป็นพิษ ถอนพิษต่างๆ

• แก้ปวดมวนในท้อง แก้บิดมูกเลือด

loading...


• ถือเป็นยาขับปัสสาวะ เป็นยารักษาริดสีดวงทวาร รักษาแผลในปาก กลาก เกลื้อน

• ช่วยในการบำรุงสมอง เนื่องจากช่วยทำให้เลือดเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีขึ้น ถ้ากินคู่กับใบบัวบก จะช่วยบำรุงสมองได้โดยตรง

• หากกินเป็นประจำ ช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้

• ช่วยในการปรับสมดุลของความดันโลหิตให้พอดี ไม่ให้สูงมากหรือต่ำมากเกินไป

• ช่วยในการบำรุงตับไตให้แข็งแรง ช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น

• ช่วยดูแลระบบมดลูก รังไข่ กระเพาะปัสสาวะ ดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแร

• ช่วยในการฟื้นฟูต่อมไร้ท่อต่างๆ อาทิเช่น ต่อมไธรอยต์ ต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต และตับอ่อน เมื่อต่อมไธรอยต์ปกติดีจะทำให้ไม่เป็นโรคคอพอก และยังมีส่วนในการช่วยลดกรดยูริค

• ช่วยบำรุงมดลูก แก้ตกขาว ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนแอสโตรเจน ในเพศหญิง

• เนื่องจาก ถ้าผู้หญิงมีฮอร์โมนเพศหญิงในตัวมากเกินไปก็อาจเป็นมะเร็งเต้มนม หรือถ้ามีน้อยไปก็อาจจะเป็นมะเร็งปากมดลูก ช่วยซับน้ำคาวปลา สตรีหลั่งคลอดบุตร

• ช่วยในการปรับสมดุลของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเพศชาย ควบคุมไม่ให้ต่อมลูกหมากโต แก้ปัญหาไส้เลื่อน

• ถูกใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงกำลัง ทำให้กระปรี้กระเปร่า และใช้บำบัดโรคกามตายด้าน ทำให้กระชุ่ม กระชวย มีกำลัง เสริมสมรรถทาพทางเพศอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย

.........................................
ที่มา: Ken Pitakwong, สมุนไพรแก้ปวด และเพจนานาสาระเพื่อสุขภาพที่ดี



ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!(Like)
Previous
Next Post »